ข้อบังคับ

ของ
สมาคมการค้าไม้ล้อมไทย

สมาคมการค้านี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า ..2509 และอยู่ในการควบคุมคูแลของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร

หมวดที่ 1 บทความทั่วไป

ข้อ 1. ชื่อของสมาคมการค้า สมาคมการค้านี้มีชื่อว่าสมาคมการค้าไม้ล้อมไทยย่อว่า...”

เขียนชื่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า “Thai Trees Transplant Trade Association” ย่อว่า “TTTTA”

เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่าไทย ทรี ทรานสแพลนท์ เทรด แอสโซซิเอชั่น

คำว่าสมาคมต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายความถึงสมาคมการค้าไม้ล้อมไทย

ข้อ 2. สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ เลขที่ 63/43 .กฤษฎานคร 25 ซอยประชาร่วมใจ 31 ถนนประชาร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กทม. รหัสไปรษณีย์ 10510

E-mail: putthasri@yahoo.com โทรศัพท์ 095-435-5554 โทรสาร 02-552-6445

ข้อ 3. ตราของสมาคมการค้า มีเครื่องหมายเป็นรูปดังนี้

มีลักษณะเป็นรูป คนกำลังร่วมกันล้อมต้นไม้ดังรูป มีความหมายว่า การรวมกลุ่มคนเพื่อประกอบการอุตสาหกรรมไม้ล้อม เพื่อการฟื้นฟูการอนุรักษ์ และปกป้องโลกของเรา

โดยในตราของสมาคมจะมีตัวอักษรสีเหลืองภาษาอังกฤษ ระบุไว้ว่า “TTTTA” และ ตัวอักษรภาษาไทย ระบุไว้ว่า...”

และบริเวณด้านล่างของตราจะมีข้อความระบุไว้ว่าสมาคมการค้าไม้ล้อมไทยและ บรรทัดสุดท้ายระบุว่า “Thai Trees Transplant Trade Association”

 

หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์

ข้อ 4. สมาคมนี้มีวัตถุที่ประสงค์ดังต่อไปนี้ .-

(1) ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไม้ล้อม

(2) สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกให้มีความรู้เกี่ยวกับไม้ล้อม เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ แก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศเกี่ยวกับสินค้าที่สมาชิกประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การค้า การเงิน เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของประเทศ

(3) ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิสาหกิจไม้ล้อม เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิสาหกิจและไม้ล้อมมีคุณภาพได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม

(4) ขอสถิติ หรือเอกสารหรือขอทราบข้อความใด จากสมาชิกเกี่ยวกับการดำเนินวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ ทั้งนี้ด้วยความยินยอมของสมาชิก

(5) ส่งเสริมคุณภาพของสินค้าที่ผลิตหรือจำหน่าย โดยผู้ประกอบวิสาหกิจที่เป็นสมาชิกให้เข้ามาตรฐาน ตลอดจนวิจัยและปรับปรุงวิธีการผลิตและการค้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

(6) จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าในทางเศรษฐกิจอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ กำหนดหลักเกณฑ์และวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติ เพื่อให้การประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ได้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

(7) ส่งเสริมการผลิต เพื่อให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ

(8) ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับบุคคลภายนอกในการประกอบวิสาหกิจ

(9) สนับสนุนมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพด้านอุตสาหกรรมไม้ล้อม

(10) ไม่มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งโต๊ะบิลเลียดหรือโต๊ะสนุกเกอร์

หมวดที่ 3 สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5 ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็นสามประเภท และมีคุณสมบัติดังนี้ คือ

(1) สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจประเภทเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไม้ล้อม ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

(2) สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงินอันเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมไม้ล้อม ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

(3) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ที่มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เข้าเป็นสมาชิก และผู้นั้นตอบรับคำเชิญ

ข้อ 6 คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกของสมาคมนอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้ว ยังต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ .-

(1) ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา

1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

3. ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้ลงโทษจำคุกเว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท

4. ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม

5. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

(2) ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล

1.เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย

2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

ให้นำความในข้อ 6 (1) มาใช้บังคับแก่คุณสมบัติของผู้แทนนิติบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่เป็นสมาชิกตามข้อ 10 ด้วย

ข้อ 7 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือสมาชิกวิสามัญของสมาคมจะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการตามแบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญเป็นผู้รับรองอย่างน้อยสองคน

ข้อ 8 การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ นำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวต่อไปหลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ มีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันลงมติ

ข้อ 9 วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัคร ได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงประจำปีของสมาคมเรียบร้อยแล้ว

ข้อ 10 สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล ต้องเเต่งตั้งผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดากระทำกิจการแทนนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินสองคน เพื่อปฏิบัติการในหน้าที่ และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นได้ เพียงเท่าที่สมาชิกบุคคลธรรมดาประเภทเดียวกันนั้นจะพึงมี ในการนี้ ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทนหรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้

บุคคลเดียวกันจะเป็นผู้แทนกระทำการแทนสมาชิกเกินหนึ่งรายมิได้

ข้อ 11 การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลง ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

(2) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5

(3) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการเห็นชอบ

(4) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย

(5) ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

(6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

(7) คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้ .-

1. กระทำการใด ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา

2. กระทำการละเมิดข้อบังคับโดยเจตนา

3. ไม่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปี และได้รับใบเตือนจากเจ้าหน้าที่ครบสามสิบวันแล้ว

ข้อ 12 ทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ สำนักงานของสมาคม โดยอย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้ .-

(1) ชื่อและสัญชาติของสมาชิก

(2) ชื่อที่ใช้ในการประกอบวิสาหกิจและประเภทของวิสาหกิจ

(3) ที่ตั้งสำนักงานของสมาชิก

(4) วันที่เข้าเป็นสมาชิก

หมวดที่ 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 13 สิทธิของสมาชิก

(1) ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมจากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้

(2) เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม หรือคณะกรรมการในเรื่องใด อันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมเพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม

(3) ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ

(4) เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการเสนอญัตติในการประชุมใหญ่สมาชิก

(5) มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม

(6) สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ

ข้อ 14 หน้าที่ของสมาชิก

(1) ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการและหน้าที่ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมาคมด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด

(2) ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้เสียของสมาคม ตลอดจนต้องรักษาความลับในข้อประชุมหรือวิธีการของสมาคม ไม่เปิดเผยข้อความ ซึ่งอาจจะนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม โดยเด็ดขาด

(3) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ

(4) ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีธรรมระหว่างสมาชิกและปฏิบัติกิจการค้าในทำนองช่วยเหลือกันด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

(5) ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด

(6) สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงาน เปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจหรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือภายในกำหนดเวลาเจ็ดวัน นับแต่เปลี่ยนแปลง

หมวดที่ 5 ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงสมาคม

ข้อ 15 ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม

  1. (1)สมาชิกสามัญจะต้องชำระค่าลงทะเบียน แรกเข้า 1,000 บาท

ค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ละ 200 บาท

  1. (2)สมาชิกวิสามัญจะต้องชำระค่าลงทะเบียน แรกเข้า 500 บาท

ค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ละ 100 บาท

    1. (1)อายุสมาชิก นับจากวันที่สมัคร ถึงวันสิ้นปีปฏิทิน
    2. (2)การชำระค่าบำรุง จะมีการแจ้งเตือนให้ชำระ ภายในสิ้นเดือน มกราคมของปีถัดไป หากไม่ชำระค่าบำรุงให้ถือว่าสิ้นสภาพการเป็นสมาชิก
    3. (3)การกลับคืนสภาพสมาชิก ให้ชำระค่าบำรุงรายปี ย้อนหลังนับจากปีที่ไม่มีการชำระค่าบำรุง
    4. (4)หากไม่ชำระค่าบำรุงเป็นระยะเวลา 2 ปีต่อเนื่องกัน และหากต้องการกลับมาเป็นสมาชิกต้องชำระค่าลงทะเบียนใหม่ จำนวน 1,000 บาท
  1. (3)สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงอย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ 16 ค่าบำรุงพิเศษ สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราว โดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

หมวดที่ 6 คณะกรรมการของสมาคม

ข้อ 17 ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมและเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกประกอบด้วย สมาชิกสามัญที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือผู้แทนสมาชิกสามัญที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่มีจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนและไม่เกินยี่สิบห้าคน

เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้นๆ จะมีมติเป็นอย่างอื่น การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำด้วยวิธีลงคะแนนลับหรือเปิดเผยแล้วแต่ตกลงในที่ประชุมโดยให้สมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ เสนอชื่อของสมาชิกสามัญซึ่งตนประสงค์จะให้เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่ โดยมีสมาชิกสามัญอื่นรับรองไม่น้อยกว่าสองคน แล้วให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้งให้ผู้ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการตามจำนวนที่กำหนดไว้ในวรรคแรกและตามมติที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้นๆ ถ้ามีผู้ได้คะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นกรรมการคราวนั้นให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่าได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก

ให้คณะกรรมการเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนึ่งคน อุปนายกไม่เกินสี่คน เลขาธิการ เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ ตำแหน่งละหนึ่งคนและตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสมด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่ได้กำหนดหน้าที่ตามที่เห็นสมควร

คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้คราวละสองปีและให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นแทนภายใน 180 วัน การนับวาระกรรมการให้นับแต่วันที่ประชุมใหญ่มีมติเลือกตั้ง

ภายใต้บังคับของมาตรา 19 และ 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า ..2509 กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งกรรมการไปแล้วอาจได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกก็ได้

สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดจะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการเกินกว่าสามคราวติดต่อกันมิได้

ข้อ 18 การพันจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้ .-

(1) ครบกำหนดออกตามวาระ

(2) ลาออกโดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว เว้นแต่การลาออกเฉพาะตำแหน่งตามข้อ 17 วรรคสาม

(3) ขาดจากสมาชิกภาพ

(4) ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากการเป็นกรรมการ

(5) เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า ..2509

(6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า ..2509

ในกรณีที่ผู้แทนสมาชิกซึ่งเป็นนิติบุคคลตามข้อ 10 ที่ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ตายหรือพ้นจากตำแหน่งผู้แทนของสมาชิกนั้น ผู้แทนคนใหม่ของสมาชิกรายนั้น จะเข้าเป็นกรรมการแทนก็ได้

ข้อ 19 กรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้ แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้ตามวาระของผู้ที่ตนแทน

กรณีคณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ให้คณะกรรมการซึ่งพันจากตำแหน่งนั้นดำเนินการจัดประชุมใหญ่สมาชิก เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นแทน ภายใน 180 วัน ในกรณีนี้ให้นำความในข้อ 24 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตามวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระของคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไป

ข้อ 20 องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ การประชุมของคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม

ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ่ หรือกระทำกิจการอันสมควรทุกอย่างเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของสมาคม เท่านั้น

ข้อ 21 มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและหรือข้อบังคับนี้ให้ถือว่ามตินั้นใช้บังคับมิได้

ข้อ 22 ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคน ใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 23 การประชุมคณะกรรมการ ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสามเดือนต่อครั้ง อนึ่ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนหรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่าห้าคน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้

ข้อ 24 การเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวัน นับแต่วันเลือกตั้ง และส่งมอบหน้าที่ให้คณะกรรมการชุดใหม่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ รับจดทะเบียน

ในกรณีที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ ยังมิได้รับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งยังมิได้ส่งมอบหน้าที่ตามวรรคแรก ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้นมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมต่อไปจนกว่านายทะเบียนสมาคมการค้าฯจะรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการชุดใหม่นั้นเข้ารับหน้าที่แล้ว การรับมอบหน้าที่ให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ 25 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้ .-

(1) จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม

(2) เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ในคณะกรรมการ

(3) วางระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุที่ประสงค์

(4) ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ อนุกรรมการ

เจ้าหน้าที่และพนักงานทั้งปวง ในการทำกิจการเฉพาะอย่าง หรือพิจารณาเรื่องต่าง อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของสมาคม เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมเป็นไป โดยเรียบร้อย ที่ปรึกษาของคณะกรรมการและอนุกรรมการดังกล่าว จะแต่งตั้งจากกรรมการหรือสมาชิกของสมาคมหรือบุคคลภายนอกก็ได้

ข้อ 26 อำนาจหน้าที่กรรมการตำแหน่งต่าง มีดังนี้ .-

(1) นายกสมาคม มีหน้าที่อำนวยการเพื่อให้การดำเนินการของสมาคมเป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคม เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ดำเนินกิจการของสมาคมอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ ตลอดจนในที่ประชุมใหญ่

(2) อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวง อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสมาคม และเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

(3) เลขาธิการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่าง ของสมาคม เป็นเลขานุการในประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

(4) เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคม ทำบัญชีการเงินเก็บรักษา และจ่ายพัสดุของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

(5) นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

(6) ปฏิคม มีหน้าที่รักษาสำนักงานของสมาคม รักษาความเรียบร้อยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัดสถานที่ประชุม ดูแลต้อนรับ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

(7) ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการ และผลงานด้านต่าง ของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

ข้อ 27 ภายใต้บังคับแห่งความในหมวดนี้ ให้นำความในหมวดที่ 7 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวดที่ 7 การประชุมใหญ่

ข้อ 28 การประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกอย่างน้อยทุกระยะเวลาสิบสองเดือน การประชุมเช่นนี้เรียกว่า การประชุมใหญ่สามัญ

การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการประชุมใหญ่ตามวรรคก่อน เรียกว่า การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 29 กำหนดการประชุมใหญ่

(1) ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชีของสมาคมเป็นประจำทุก ปี

(2) ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดแสดงความจำนงโดยทำการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ ให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ

ข้อ 30 การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวันเวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

การจัดส่งหนังสือบอกกล่าวตามวรรคแรก ให้ส่งสำเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว (ถ้ามี) ไปด้วย ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องแนบสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุล รวมทั้งสำเนาบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วเพิ่มเติมไปด้วย

ข้อ 31 องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 32 กรณีการประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม หากล่วงพ้นกำหนด เวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลิกการประชุมใหญ่นั้น ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลื่อนการประชุมและให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุมวัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนดเวลาสิบห้าวัน นับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม

ข้อ 33 ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุมเลยก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะการประชุมคราวนั้น

ข้อ 34 วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนน และสมาชิกสามัญคนหนึ่ง มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง

ในการประชุมใหญ่ใด ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนน ให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือ หรือวิธีการอื่นใดอันเป็นการเปิดเผยว่าสมาชิกใดลงคะแนนเช่นไร เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้น คณะกรรมการเห็นสมควรหรือได้มีสมาชิกสามัญสองคนเป็นอย่างน้อยติดใจร้องขอให้ลงคะแนนลับ

ข้อ 35 มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 36 กิจการอันพึ่งกระทำในการประชุมใหญ่ มีดังนี้ .-

(1) รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

(2) พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี (ถ้ามี)

(3) พิจารณาอนุมัติงบดุล (ถ้ามี)

(4) เลือกตั้งคณะกรรมการ (ในปีที่ครบวาระ)

(5) เลือกตั้งที่ปรึกษาของสมาคมประจำปี ผู้สอบบัญชีของสมาคมประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน (ถ้ามี)

(6) กิจการที่ต้องกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ 37 กิจการอันพึ่งกระทำในการประชุมสมาชิกประจำเดือน ได้แก่ กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไปของสมาคม นอกจากกิจการที่จำเป็นจะต้องกระทำโดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 38 การจัดทำรายงานบันทึกประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่ การประชุมสมาชิกอื่น และการประชุมอนุกรรมการ ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้ง และต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองในคราวที่มีการประชุมครั้งต่อไป รายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้ว สมาชิกจะดูได้ในวันและเวลาทำการ

หมวดที่ 8 การเงิน เงินทุนพิเศษ และการบัญชีของสมาคม

ข้อ 39 วันสิ้นปีทางบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมการค้า

ข้อ 40 การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลที่เป็นอยู่ วันสิ้นปีทางบัญชีนั้นแล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ประจำปีไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

งบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว คณะกรรมการต้องดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี

เมื่อเสนองบดุล ให้คณะกรรมการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย

ให้สมาคมส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไปยังนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่

อนึ่ง ให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไว้ที่สำนักงานของสมาคม เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้

ข้อ 41 อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสรรพสมุด บัญชี และบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการสอบเช่นว่านั้น

ข้อ 42 การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน จะต้องเก็บรักษาไว้ สำนักงานของสมาคมและให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบเหรัญญิก

ข้อ 43 การเงินของสมาคม เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ธนาคารพาณิชย์ แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดซึ่งสมาคมนี้ตั้งอยู่ในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่

ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ในการนี้เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาตัวเงิน

การฝากและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของนายกสมาคมหรืออุปนายก หรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการ ลงนามร่วมกับเหรัญญิก

ข้อ 44 การจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคม อุปนายก หรือเลขาธิการคนใดคนหนึ่ง มีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยวกับกิจการของสมาคมได้ครั้งละ ไม่เกิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

ในการจ่ายเงินครั้งละเกินกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งไป

ข้อ 45 เงินทุนพิเศษ สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการและ ส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอก และสมาชิกร่วมกันบริจาคหรือกระทำการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและไม่ขัดต่อกฎหมาย

หมวดที่ 9 การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม และการชำระบัญชี

ข้อ 46 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

ข้อ 47 การเลิกสมาคม สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้ .-

(1) เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

(2) เมื่อล้มละลาย

(3) เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่ง พระราชบัญญัติสมาคมการค้า .. 2509

ข้อ 48 การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวในข้อ 47 การชำระบัญชีของสมาคมให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า ..2509 มาใช้บังคับ

ในกรณีที่สมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 47 (1) ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้ง กำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 47 (3) ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ชำระบัญชี

หากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่

หมวดที่ 10 บทเฉพาะกาล

ข้อ 49 เมื่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคนทำหน้าที่คณะกรรมการ (ชั่วคราว) จนกว่าจะ ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับนี้ ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมแล้ว

ภายใต้บังคับแห่งความในวรรคแรก กรณีที่มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกในช่วงเวลาน้อยกว่าสามเดือน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคม ให้ถือเอาวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมเป็นวันตั้งต้นคำนวณวาระกรรมการตามข้อ 17 วรรคสี่

ข้อ 50 เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับข้อ 7 ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคน ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ

ข้อ 51 ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมเป็นต้นไป

The Standard

1. Seeding Standard : มาตรฐานเมล็ดพันธุ์

2. Sprouts Standard : มาตรฐานต้นกล้า

3. Planting Material, Growing Media Standard : มาตรฐานวัสดุปลูก

4. Balled Tree Standard : มาตรฐานสินค้าไม้ล้อม

5. Good Agricultural Practice : GAP มาตรฐานแปลงปลูกที่ดี

6. Balled Tree Transport Standard : มาตรฐานการขนส่งไม้ล้อม

คำถามที่พบบ่อย

Our mission is simple but profound: To drive the transition to sustainable energy solutions that benefit people and the planet. Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit quam facilisis donec, erat consequat luctus id accumsan scelerisque per facilisi fames sed, nascetur curae semper senectus venenatis sem a posuere nam. Orci curabitur non nam bibendum sodales vehicula scelerisque lobortis suscipit, congue faucibus ultricies phasellus feugiat pellentesque taciti. Sociis urna donec ligula laoreet ultricies mi inceptos

สมาคมการค้าไม้ล้อมไทย

Thai Trees Transplant Trade Association

ที่อยู่

63/43 ซอยประชาร่วมใจ 31 ถนนประชาร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กทม. 10510

โทรศัพท์

เลขาธิการสมาคมฯ
คุณ ชุติมา ศิริผดุงธรรม
081-421-0540